วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีการเลือกผ้าไหม

                                           

 

     

              ผ้าไหมไทยทอขึ้นจากเส้นใยธรรมชาติ จึงมีวิธีพิสูจน์ที่ง่ายเนื่องจากเส้นใย ธรรมชาติจะมี ความแตกต่างจากเส้นใยสังเคราะห์อยู่มาก โดยเฉพาะความโปร่งและความ ละเอียดของโครงสร้างที่เป็นธรรมชาติ รวมทั้งน้ำหนักจะเบากว่าในผ้าปริมาตรเท่าๆ กัน


1.  ความสม่ำเสมอของสี 
         ตรวจความเรียบร้อยของสีทั้งผืน ให้สม่ำเสมอ กรณีที่เป็นลายริ้วอย่างสม่ำเสมอดูแปลกและเป็นเอกลักษณะอย่างนี้จะเป็นที่นิยมส่วนในกรณีที่สีต่างกันอย่างชัดเจน สาเหตุที่ทำให้สีไม่สม่ำเสมอส่วนใหญ่เกิดจากเส้นไหมมีการอุ้มสีไม่เสมอกัน ผู้ทอต้องมีความชำนาญในการเลือกเส้นไหมและกระบวนการในการย้อมสีต้องพิถีพิถัน เพราะเส้นไหมดิบจะไม่สามารถมองเห็นความแตกต่างได้ชัดนักต่อให้ผ่านการฟอกย้อมสีแล้วก็อาจจะเห็นได้ไม่ชัด จึงเป็นเรื่องของภูมิความรู้หรือความชำนาญเฉพาะด้านของผู้ทอแต่ละคนในการคัดเลือกวัตถุดิบ และดำเนินกระบวนการต่างๆด้วยความพิถีพิถันและรอบคอบ

2.ความสม่ำเสมอของลาย

        ใช้ความละเอียดในการคัดเลือกลายเพิ่มขึ้นและนาน ๆ จะมีมาซักครั้งหนึ่ง คือเรื่องขนาดของลายที่ใหญ่เล็กไม่เสมอกัน ที่มองเห็นอย่างชัดเจนและไม่ได้ถูกออกแบบไว้ก่อน คือมีเพียงบางจุดที่ใหญ่หรือเล็กกรณีนี้จะไม่ผ่านการคัดเลือก  ต้องคัดทิ้งออกไป ในกรณีที่ลายนั้น ๆ มีการออกแบบมาก่อนเป็นลายดั้งเดิม และมีความสม่ำเสมอของลาย ใหญ่เล็กอย่างสวยงาม ในกรณีนี้เป็นที่ยอมรับได้ เพราะเป็นลายที่มีเอกลักษณ์และต้องใช้ทักษะในการทอและออกแบบสูงสาเหตุที่ทำให้ลายไม่สม่ำเสมอ เกิดจากความบกพร่องในกระบวนการทอ ทำให้ลายไม่ต่อเนื่อง

3.เนื้อผ้า

        เนื้อผ้าที่จะผ่านการคัดเลือกต้องมีเนื้อแน่นพอสมควรไม่บางหรือหลวมจนเกินไปผ้าไหมจะมีเนื้อผ้าทั้งแบบเรียบที่อาจจะมีขี้ไหมอยู่บ้าง ซึ่งเป็นที่รับได้ ส่วนแบบหยาบจะมีขี้ไหมอยู่ตลอดทั้งผืน ซึ่งทอจากเส้นไหมบ้านที่มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำไม่เรียบ ในปัจจุบันนี้เป็นที่ต้องการของตลาดค่อนข้างสูง และหายากในปัจจุบันสาเหตุที่เนื้อผ้าหลวม เกิดจากฟันฟืมห่างเพราะเก่าแล้ว หรือผู้ทอทอได้ไม่แน่น

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การดูแลรักษาผ้าไหม

                                     

                         

  

สำหรับผ้าไหมที่ซื้อมาใหม่ 
                             ก่อนจะนำผ้าไหมไปตัดควรจะนำไปแช่น้ำหรืออบไอน้ำก่อนเพื่อให้ผ้าไหมอยู่ตัว 

การตัดเย็บ                                                                                
                          ขั้นแรกให้จุ่มผ้าไหมลงในน้ำร้อน เพื่อไล่สีที่หลงเหลือหรือสีที่ไม่สามารถจับติดในเนื้อผ้าไหม ให้ออกไป นอกจากนี้แล้วยังทำให้มีความงามเป็นประกายดีขึ้น หลังจากนั้นรีดผ้าไหมทางด้านหลังด้วยไฟอ่อน ๆ โดยพ่นน้ำเพียงเล็กน้อยก่อนรีดาง ๆ เท่านั้น อย่าถึงกับให้เปียกเพราะถ้าเปียกอาจทำให้ผ้าเกิดเป็นจุดที่ไม่สวยงาม หลังจากนั้นแล้วจึงจัดเส้นลายผ้าให้ตรง  แล้วจึงทำการตัดและเย็บด้วยเข็มและด้ายที่เหมาะสมกับคุณภาพของผ้า


การซักผ้าไหม 
                         การทำความสะอาดผ้าไหมให้ใหม่อยู่เสมอ ควรซักด้วยน้ำยาซักแห้งชนิดอ่อน ถ้าเป็นน้ำยาซักแห้งที่ใช้กับผ้าไหมจะดีมาก ไม่ควรซักด้วยเครื่องซักผ้า เพราะจะทำให้ผ้าไหมยับและ รีดยาก ควรซักผ้าไหมด้วยมือด้วยความนุ่มนวล และไม่ควรขยี้หรือบิดผ้าแรง ๆ เพราะจะทำให้ผ้าเสียทรง ไม่ควรแช่ไว้นานโดยเฉพาะ ผ้าสีสด หลังจากซักเสร็จแล้วควรสลัดผ้าไหมให้คลายตัวและไม่ย่นก่อนนำไปตาก เมื่อผ้าแห้งจะทำให้รีดผ้าไหมได้ง่ายขึ้น

การตากผ้าไหม

                           ใน
การตากผ้าไหมควรตากในที่ร่ม หรือแดดอ่อนๆ เพื่อป้องกันสีซีดเนื่องจาก
กแดดจัดก่อนตากควรสลัดให้ผ้าคลายตัวก่อน จะทำให้ง่ายต่อการรีดมากยิ่งขึ้น

การรีดผ้าไหม
                              
ใช้น้ำยารีดผ้าที่ใช้ได้กับผ้าไหม ฉีดพรมให้ทั่ว ผ้าไหมทั่วไปให้ใช้ความร้อนพอเหมาะ สำหรับผ้าไหมพิมพ์ให้ลดความร้อนลงจากปกติประมาณ 1-2 ระดับ
 

สำหรับผ้าไหมที่ยับมาก
                           ให้ใช้น้ำยาฉีดใส่ผ้าไหมพอหมาดๆ แล้วพับให้เรียบร้อยใส่ถุงพลาสติก นำเข้าช่องแช่แข็งในตู้เย็นประมาณ 10 นาทีแล้วจึงนำออกมารีด จะทำให้รีดได้เรียบและง่ายกว่าเดิม เนื่องจากใยผ้ามีความชื้นอยู่ภายในอย่างสม่ำเสมอ

การระมัดระวังและเก็บรักษา
                                                              
                               
หลังจากสวมใส่ทุกครั้งให้ตรวจสอบสิ่งสกปรกที่ติดอยู่อย่างระมัดระวัง ผึ่งให้เสื้อผ้าคงรูปเดิมในที่ ๆ